ฟุตบอลทีมชาติสเปน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ชื่อเล่น | La Selección, La Furia Roja, La Roja, กระทิงดุ |
||||||||||||||||||||||||||||||||
| สมาคม | ราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปน (Real Federación Española de Fútbol) |
||||||||||||||||||||||||||||||||
| ผู้ฝึกสอน | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| กัปตัน | อีเกร์ กาซียัส | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| รหัสฟีฟ่า | ESP | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| เล่นทีมชาติสูงสุด | อันโดนี ซูบีซาร์เรตา (126)[1] | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ทำประตูสูงสุด | ราอุล กอนซาเลซ (44) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||
| เกมต่างประเทศเกมแรก (บรัสเซลส์ เบลเยียม; 28 สิงหาคม ค.ศ. 1920) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||
| ชัยชนะสูงสุด (มาดริด สเปน; 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1933) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||
| พ่ายแพ้สูงสุด (อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์; 4 มิถุนายน ค.ศ. 1928) (ลอนดอน อังกฤษ; 9 ธันวาคม ค.ศ. 1931) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||
| ฟุตบอลโลก | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| เข้าเล่น | 12 (เข้าครั้งแรก 1934) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| อันดับสูงสุด | อันดับ 4 1950 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป | |||||||||||||||||||||||||||||||||
| เข้าเล่น | 8 (เข้าครั้งแรก 1964) | ||||||||||||||||||||||||||||||||
| อันดับสูงสุด | ชนะเลิศ 1964, 2008 | ||||||||||||||||||||||||||||||||
ฟุตบอลทีมชาติสเปน (La Selección de fútbol de España) เป็นทีมฟุตบอลประจำประเทศสเปน อยู่ภายใต้การควบคุมและเป็นตัวแทนของสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในการแข่งขันระหว่างประเทศนัดต่าง ๆ ซึ่งจัดขึ้นโดยสหพันธ์สมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)
ทีมชาติสเปนเป็นที่รู้จักกันในฉายา "La Furia Española"[2] และฉายาซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่าคือ "La Furia Roja" มาจากคำที่ชาวอิตาลีเป็นผู้คิดขึ้นและนำมาใช้เรียกทีมชาตินี้ในภาษาของตนว่า "Furia Rossa"[3] คำว่า "ฟูเรีย" (ความดุเดือด, ความโมโหร้าย) มาจากรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างรุนแรงของนักฟุตบอลสเปนในการแข่งขันนัดต่าง ๆ ที่ทีมชาติสเปนเข้าร่วมเป็นครั้งแรกที่เมืองแอนต์เวิร์ป (ประเทศเบลเยียม) และต่อมาก็ถูกนำมาใช้เรียกเหตุการณ์การปล้นเมือง
แอนต์เวิร์ปของสเปนในสงครามแปดสิบปี (ค.ศ. 1576) ซึ่งเป็นตำนานมืดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์การทหารของสเปนด้วย ส่วน "รอสซา" (สีแดง) มาจากสีของเสื้อทีม สำหรับในประเทศไทยนั้นทีมนี้มีฉายาว่า "กระทิงดุ"
สเปนได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 12 ครั้ง และเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในฟุตบอลโลก ปี 1982 ผลงานที่ดีที่สุดที่ทีมชาติสเปนเคยทำได้นั้นคืออันดับที่ 4 ในฟุตบอลโลก ปี 1950 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล
ทีมชาติสเปนยังได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ฟุตบอลยูโร) 8 ครั้ง ครั้งสำคัญคือฟุตบอลยูโร ปี 1964 ซึ่งถือเป็นแชมป์ในบ้านตัวเองหลังจากเอาชนะสหภาพโซเวียตไป 2-1 แต่ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร ปี 1984 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส สเปนทำได้เพียงรองแชมป์เพราะแพ้ให้กับเจ้าบ้านด้วยคะแนน 2-0 และไม่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศอีกเลยจนกระทั่งในการแข่งขันฟุตบอลยูโร ปี 2008 สเปนก็ผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จโดยพบกับเยอรมนีและคว้าแชมป์ไปได้ในที่สุด
ความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในกีฬาโอลิมปิกของฟุตบอลทีมชาติสเปนได้แก่ การแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ. 1992 ที่เมืองบาร์เซโลนา สเปนคว้าเหรียญทองได้สำเร็จหลังจากเอาชนะโปแลนด์ 3-2 ในรอบชิงชนะเลิศที่สนามกัมป์โนว์ (Camp Nou) ส่วนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ค.ศ. 2000 สเปนได้เหรียญเงินโดยแพ้แคเมอรูนหลังจากการดวลจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศ[4] นอกจากนี้ สเปนยังเคยได้เหรียญเงินในกีฬาโอลิมปิกที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ค.ศ. 1920 อีกด้วย
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติการแข่งขัน
[แก้] การแข่งขันครั้งแรก
ฟุตบอลทีมชาติสเปนได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1920 โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตัวแทนประเทศสเปนไปแข่งขันฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 7 ที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม ทีมชาติสเปนลงสนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1920 โดยพบกับทีมชาติเดนมาร์กที่สนามกีฬาในกรุงบรัสเซลส์ และสามารถเอาชนะเดนมาร์ก 1-0 ด้วยการยิงประตูจากปาตรีเซียว ทีมชาติสเปนได้เหรียญเงินเป็นครั้งแรกจากการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น
[แก้] การแข่งขันใหญ่ระหว่างปี ค.ศ. 1950-2004
- 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1950; รีโอเดจาเนโร (บราซิล): สเปน-อังกฤษ (1-0, ประตูจากซาร์รา) ฟุตบอลโลก ปี 1950
- 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1950; รีโอเดจาเนโร (บราซิล): สเปน-สวีเดน (1-3) ฟุตบอลโลกปี 1950
- 21 มิถุนายน ค.ศ. 1964; มาดริด: สเปน-สหภาพโซเวียต (2-1) รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร ปี 1964
- 21 ธันวาคม ค.ศ. 1983; เซบียา: สเปน-มอลตา (12-1) ในรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร ปี 1984
- 27 มิถุนายน ค.ศ. 1984; ปารีส: สเปน-ฝรั่งเศส (0-2) รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร ปี 1984
- 18 มิถุนายน ค.ศ. 1986; เกเรตาโร (เม็กซิโก): สเปน-เดนมาร์ก (5-1) ในฟุตบอลโลก ปี 1986
- 8 สิงหาคม ค.ศ. 1992; บาร์เซโลนา: สเปน-โปแลนด์ (3-2) รอบชิงชนะเลิศในโอลิมปิกปี 1992
- 30 กันยายน ค.ศ. 2000; ซิดนีย์: สเปน-แคเมอรูน (2-3) รอบชิงชนะเลิศในโอลิมปิกปี 2000
- 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004; มาดริด: สเปน-อังกฤษ (1-0) เป็นการลงสนามครั้งที่ 500 ของทีมชาติสเปน[5]
[แก้] ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2008
แม้จะทำผลงานครั้งแรก ๆ ได้ไม่ดีนักเมื่อเริ่มต้นแข่งขันรอบคัดเลือกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 แต่สเปนก็สามารถผ่านเข้ามาในรอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันฟุตบอลยูโรที่ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ได้สำเร็จ ในช่วงนี้เองเกิดความไม่ลงรอยกันระหว่างผู้จัดการทีมลุยส์ อาราโกเนสกับสื่อมวลชนสเปน ครั้งแรกในเรื่องผลการแข่งขันที่ผ่านมาซึ่งย่ำแย่ และครั้งที่ 2 ในเรื่อง "ข่าว" ความขัดแย้งกับอดีตกัปตันทีมชาติราอุล กอนซาเลซ[6]
ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มสเปนอยู่ในกลุ่ม D ร่วมกับสวีเดน กรีซ และรัสเซีย ในนัดแรกที่พบกับรัสเซียนั้นผลออกมาคือสเปนชนะไป 4-1 โดยได้ 3 ประตูจากดาบิด บียา และอีก 1 ประตูจากเซสก์ ฟาเบรกัส ส่วนในนัดที่ 2 ที่พบกับสวีเดน สเปนก็ยังเอาชนะได้ด้วยคะแนน 2-1 จากการยิงของเฟร์นันโด ตอร์เรสและบียา และในนัดสุดท้ายที่พบกับแชมป์เก่ากรีซ สเปนสามารถเอาชนะได้เช่นกันด้วยคะแนน 1-2 โดยได้ประตูจากรูเบน เด ลา เรด และดานี กวีซา
ด้วยชัยชนะทั้งสามครั้งรวดทำให้สเปนอยู่ในอันดับที่ 1 ของกลุ่ม และต้องไปพบกับอิตาลีในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งสเปนสามารถยิงจุดโทษเอาชนะไปได้ 4-2 หลังจากต่อเวลาพิเศษแล้วยังเสมอกัน 0-0 ในนัดนี้อีเกร์ กาซียัส ผู้รักษาประตูฝ่ายสเปนสามารถหยุดลูกยิงจากฝ่ายตรงข้ามไว้ได้ 2 ลูก ส่วนผู้ทำประตูให้กับสเปนในนัดนี้ได้แก่ บียา, กาซอร์ลา, เซนนา และฟาเบรกัส
สเปนลงแข่งในรอบรองชนะเลิศกับรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน และเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 3-0 ซึ่งเป็นประตูที่ยิงได้ในครึ่งหลังทั้งหมดจากชาบี เอร์นันเดซ, ดานี กวีซา และดาบิด ซิลบา ทำให้สเปนผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี อย่างไรก็ตาม สเปนก็ต้องขาดบียากองหน้าคนสำคัญไปเพราะได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาจากการเตะลูกฟรีคิกในนัดที่แข่งกับรัสเซีย
ในวันที่ 29 มิถุนายน สเปนพบกับเยอรมนีซึ่งชนะตุรกีมาได้ด้วยคะแนน 3-2 ในนัดนี้ เฟร์นันโด ตอร์เรสทำประตูให้สเปนขึ้นนำเยอรมนีได้ในนาทีที่ 33 โดยไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มอีกในครึ่งหลัง เกมจึงสิ้นสุดลงด้วยคะแนน 1-0 ทำให้ทีมชาติสเปนได้ครองแชมป์การแข่งขันใหญ่อีกครั้งหลังจากว่างเว้นไปถึง 44 ปี
[แก้] ผู้เล่น
[แก้] ผู้เล่นชุดปัจจุบัน
ข้อมูลเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2008
[แก้] ผู้เล่นที่ลงเล่นมากที่สุด
ข้อมูลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2008
| # | ชื่อ | ปี | ลงเล่น |
|---|---|---|---|
| 1 | อันโดนี ซูบีซาร์เรตา | 1985-1998 | 126 |
| 2 | ราอุล กอนซาเลซ | 1996-2006 | 102 |
| 3 | เฟร์นันโด เอียร์โร | 1989-2002 | 89 |
| 4 | อีเกร์ กาซียัส | 2000- | 82 |
| 5 | โคเซ อันโตเนียว กามาโช | 1975-1988 | 81 |
| 6 | ราฟาเอล กอร์ดีโย | 1978-1988 | 75 |
| 7 | เอมีเลียว บูตราเกโญ | 1984-1992 | 69 |
| 8 | ลุยส์ อาร์โกนาดา | 1977-1985 | 68 |
| 9 | มีเชล | 1985-1992 | 66 |
| 10 | การ์เลส ปูยอล | 2000- | 66 |
[แก้] ผู้เล่นที่ทำประตูมากที่สุด
ข้อมูลเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 2008
| # | ชื่อ | ปี | ประตู (ลงเล่น) | เฉลี่ย/เกม |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ราอุล กอนซาเลซ | 1996-2006 | 44 (102) | 0.431 |
| 2 | เฟร์นันโด เอียร์โร | 1989-2002 | 29 (89) | 0.325 |
| 3 | เฟร์นันโด โมเรียนเตส | 1998-2007 | 27 (47) | 0.574 |
| 4 | เอมีเลียว บูตราเกโญ | 1984-1992 | 26 (69) | 0.377 |
| 5 | อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน | 1957-1961 | 23 (31) | 0.742 |
| คูเลียว ซาลีนัส | 1986-1996 | 23 (56) | 0.411 | |
| 7 | มีเชล | 1985-1992 | 21 (66) | 0.318 |
| 8 | เตลโม ซาร์รา | 1945-1951 | 20 (20) | 1.000 |
| 9 | ดาบิด บียา | 2005- | 18 (35) | 0.514 |
| 10 | อีซีโดร ลังการา | 1932-1936 | 17 (12) | 1.417 |
| เฟร์นันโด ตอร์เรส | 2003- | 17 (54) | 0.315 | |
| 12 | ปีร์รี | 1966-1978 | 16 (41) | 0.390 |
| ลุยส์ เรเกย์โร | 1927-1936 | 16 (25) | 0.640 | |
| 14 | ซานตียานา | 1975-1985 | 15 (56) | 0.268 |
| 15 | ลุยส์ ซัวเรซ | 1957-1972 | 14 (32) | 0.437 |
| 16 | เอสตานิสลาโอ บาโซรา | 1949-1957 | 13 (22) | 0.591 |
| คูเลน เกร์เรโร | 1993-2000 | 13 (41) | 0.317 | |
| 18 | โคเซบา เอตเชเบร์เรีย | 1997-2004 | 12 (53) | 0.226 |
| ลุยส์ เอนรีเก | 1991-2002 | 12 (62) | 0.193 | |
| 20 | ลาดิสลาโอ กูบาลา | 1953-1961 | 11 (19) | 0.579 |
| อัลฟอนโซ เปเรซ | 1992-2000 | 11 (38) | 0.289 | |
| อามันเซียว อามาโร | 1962-1974 | 11 (42) | 0.262 |
[แก้] อ้างอิง
- ^ Marca. Casillas iguala los 68 partidos de Arconada jugados con España. เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2008. (สเปน)
- ^ El Mundo. El inspirador de la "furia española" fue un vasco. เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2008. (สเปน)
- ^ Nace la Furia Roja. เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2008. (สเปน)
- ^ Terra Networks. 2-2. España pierde el oro en los penaltis. เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2008. (สเปน)
- ^ Diario de Córdoba. España jugará ante Inglaterra su partido número 500. เรียกข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2008. (สเปน)
- ^ El Mundo. Aragonés pierde los nervios por Raúl. เรียกข้อมูลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2008. (สเปน)
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์ราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปน (สเปน)
- Furiaroja เว็บไซต์อย่างไม่เป็นทางการของฟุตบอลทีมชาติสเปน (สเปน)
- ข้อมูลเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติสเปน (สเปน)
- ข้อมูลเกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติสเปนจากเว็บไซต์ของฟีฟ่า (อังกฤษ)
- สถิติการแข่งขันของฟุตบอลทีมชาติสเปนจากมูลนิธิ RSSSF (อังกฤษ)
- สถิติผู้เล่นฟุตบอลทีมชาติสเปนจากมูลนิธิ RSSSF (อังกฤษ)
|
|
|---|