มหาวิทยาลัยนเรศวร
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| วิชาการเด่น เน้นคุณธรรม นำสังคม มหาราชแห่งความภูมิใจ มหาวิทยาลัยแห่งปัญญา |
||
| อักษรย่อ | มน. / NU |
| ชื่อภาษาอังกฤษ | Naresuan University |
| วันสถาปนา | 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 |
| ประเภท | รัฐ |
| นายกสภาฯ | ศ.เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ |
| อธิการบดี | รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี |
| วิทยาเขตหลัก ถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก วิทยาเขตพะเยา |
มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ภายหลังจากการยกฐานะขึ้นจากวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยชื่อ "มหาวิทยาลัยนเรศวร" นั้น ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสดุดีและเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เนื่องด้วยพระองค์ประสูติที่เมืองพิษณุโลกและทรงเคยดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลกมาก่อน
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนของประเทศไทย[1] โดยมีการเรียนการสอนครอบคลุมครบทุกสาขาวิชาทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทุกระดับการศึกษาทั้งสิ้น 186 หลักสูตร[2] มีนิสิตศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่าง ๆ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 คน[3] และมีอาจารย์ประจำกว่า 1,400 คน[4] มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการจัดอันดับในด้านการวิจัยให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2549[5]
พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยนเรศวร
[แก้] ประวัติ
มหาวิทยาลัยนเรศวรมีประวัติการก่อตั้งและพัฒนาโดยแบ่งได้เป็น 3 ยุคสมัย คือ ยุคที่ 1 วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก ยุคที่ 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก และยุคปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร[6][7]
ในปี พ.ศ. 2497 รัฐบาลในสมัยนั้นได้ตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษา (College of Education) ขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เป็นสถาบันหลักในการผลิตครูของประเทศ ซึ่งการจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษานั้นเริ่มขึ้นที่ประสานมิตรเป็นแห่งแรก ต่อมาจึงดำเนินการจัดตั้งเพิ่มเติมในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2510 มีที่ตั้ง ณ เลขที่ 1 ถนนสนามบิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ต่อมา เมื่อวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517 แล้ว วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหารของมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับวิทยาลัยวิชาการการศึกษาอื่น ๆ อีก 8 แห่ง การจัดการเรียนการสอนในสมัยนั้นเปิดสอนเพียง 5 คณะ และ 1 วิทยาลัย คือ คณะพลศึกษา (ถูกยุบเลิกในปี พ.ศ. 2535)[8] คณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย[9] โดยสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลกยังคงใช้สถานที่เดิมของวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2524) ที่กำหนดให้จังหวัดพิษณุโลก เป็นเมืองศูนย์กลางและเมืองหลักของภาคเหนือตอนล่าง ทางวิทยาเขตจึงขออนุญาตกระทรวงมหาดไทย ในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และรองรับการขยายตัวของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2527 โดยเป็นช่วงเดียวกับที่ทางทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้นประกาศโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ของรัฐในส่วนภูมิภาคอีก 5 แห่ง โดยที่ดินที่ได้รับการจัดสรรใหม่นี้อยู่บริเวณทุ่งหนองอ้อ – ปากคลองจิก ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
ช่วงปี พ.ศ. 2527 - 2531 ทางวิทยาเขตได้เตรียมแผนสำหรับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ และในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 400 ปี ของการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รัฐบาลในสมัยของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้มีมติให้ยกฐานะวิทยาเขตพิษณุโลก ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยใหม่แห่งนี้ว่า "มหาวิทยาลัยนเรศวร" ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้กำหนดให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย[7]
ภายหลังจากการยกฐานะของมหาวิทยาลัยนเรศวรแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งอาคาร สถานที่และบุคลากร โดยมุ่งหวังที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ (Comprehensive University)[10] ซึ่งได้มีการจัดตั้งคณะ วิทยาลัยต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกสาขาวิชา และจัดตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพในด้านการเรียนการสอน และการทำวิจัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ทางมหาวิทยาลัยได้มีมติจัดตั้งวิทยาเขตที่จังหวัดพะเยา[11] ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา" และมีการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ในปี พ.ศ. 2548[12]
[แก้] สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
- ตราสัญลักษณ์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคาร หลั่งทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ ตอนล่างพระแท่นมีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ภายในป้ายชายธง[13]
- ตราสัญลักษณ์รูปช้างศึก อยู่ภายในโล่กลมแบบโบราณ ตอนล่างรูปช้างศึก มีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวรอยู่ภายในป้ายชายธง[13]
- ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกเสลา[14]
- สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเทา-แสด[14]
[แก้] ทำเนียบผู้บริหารและอธิการบดี
รายนามผู้บริหารและอธิการบดีตั้งแต่สมัยวิทยาลัยวิชาการศึกษาจนถึงปัจจุบันมีดังนี้[7]
| วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก | |
| รายนามรองอธิการ | วาระการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| 1. ศาสตราจารย์ ดร.พนัส หันนาคินทร์ | กันยายน พ.ศ. 2510 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517 |
| มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก | |
| รายนามรองอธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 1. ศาสตราจารย์ ดร.พนัส หันนาคินทร์ | 29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2526 |
| 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ กินาวงศ์ | 9 ตุลาคม พ.ศ. 2526 - 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 |
| 3. รองศาสตราจารย์ ฉัตรชัย อรณนันท์ | 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 |
| 4. รองศาสตราจารย์ ดร.ดำรง ศิริเจริญ | 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 - 23 เมษายน พ.ศ. 2533 |
| 5. ศาสตราจารย์ ดร.สมพร บัวทอง | เมษายน พ.ศ. 2533 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 (รักษาการ) |
| มหาวิทยาลัยนเรศวร | |
| รายนามอธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
| 1. ศาสตราจารย์ ดร.สมพร บัวทอง | 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 - 24 มกราคม พ.ศ. 2534 (รักษาการ) |
| 2. ศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ | 25 มกราคม พ.ศ. 2534 - 24 มีนาคม พ.ศ. 2534 (รักษาการ) 25 มีนาคม พ.ศ. 2534 - 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 |
| 3. ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน | 1 เมษายน พ.ศ. 2535 - 19 มกราคม พ.ศ. 2536 (รักษาการ) 20 มกราคม พ.ศ. 2536 - 19 มกราคม พ.ศ. 2544 |
| 4. รองศาสตราจารย์ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี | 20 มกราคม พ.ศ. 2544 - ปัจจุบัน |
[แก้] การศึกษา
[แก้] คณะและวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งสิ้น 186 หลักสูตร แบ่งเป็นระดับประกาศนียบัตร 2 หลักสูตร, ปริญญาตรี 82 หลักสูตร, ปริญญาโท 75 หลักสูตร และปริญญาเอก 27 หลักสูตร[2]
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวรมีหน่วยงานในการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด 16 คณะ 3 วิทยาลัย[15] ดังต่อไปนี้
[แก้] วิทยาเขต
มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกระจายโอกาสและการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จึงได้จัดทำโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่จังหวัดพะเยาขึ้น โดยให้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา" ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 และเริ่มเปิดการเรียนการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2542[11]
ต่อมาคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยได้มีมติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา" เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550[16] เพื่อเตรียมยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในอนาคตต่อไป
มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ประมาณ 5,700 ไร่[17] ปัจจุบัน ประกอบไปด้วยสำนักวิชา 12 สำนักวิชา[18] ดังนี้
[แก้] ศูนย์วิทยบริการ
มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิทยบริการ เพื่อขยายเครือข่ายการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้สนใจศึกษาต่อที่ไม่สามารถมาเรียนโดยตรงที่มหาวิทยาลัยได้ โดยมีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวรทำการกำกับดูแลและควบคุมมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนของศูนย์วิทยาบริการมหาวิทยาลัยทั้งหมด[19] ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เปิดทำการเรียนการสอน ณ ศูนย์วิทยบริการ 10 แห่งดังต่อไปนี้[20][21]
|
อาคารเวฟเพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน โรงเรียนวัชรวิทยา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร สำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ โรงเรียนตากพิทยาคม ตำบลระแหง อำเภอเมืองตาก โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองนครสวรรค์ |
โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร โรงเรียนวิทยานุกูลนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี |
[แก้] การวิจัย
จากการที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้วางเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยเป็น "มหาวิทยาลัยวิจัย (Research University) "[10] จึงได้มีการจัดตั้งสถาบันต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการ ประสานงานและรวบรวมงานวิจัยต่าง ๆ ของคณาจารย์และนิสิตของมหาวิทยาลัยดังนี้
ในแต่ละปี สถาบันบริหารการวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยนเรศวรมีการจัด "การประชุมวิชาการ นเรศวรวิจัย (Naresuan Research Conference)" ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยและผู้ที่สนใจนำเสนอผลงานวิจัยและการสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2551 นี้ การประชุมวิชาการ นเรศวรวิจัย ครั้งที่ 4 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ณ อาคารเรียนรวมคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีหัวข้อการประชุม เรื่อง "การบริหารนวัตกรรม (Innovation Management)"
ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูล ISI ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2548 มีทั้งสิ้น 112 เรื่อง[22] ส่วนในปี พ.ศ. 2551 นั้น มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับทุนวิจัยรวมทั้งสิ้น 510 โครงการ[23] โดยแบ่งตามสาขาดังนี้
- สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวม 151 โครงการ
- สาขาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวม 143 โครงการ
- สาขามนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ รวม 140 โครงการ
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากหน่วยงานอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัย ศูนย์ฝึกอบรมและควบคุมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คลินิกเทคโนโลยี และโครงการเครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง ที่ได้รับทุนวิจัยรวมอีก 76 โครงการ
[แก้] หน่วยงานวิจัยที่โดดเด่น
หน่วยงานวิจัยที่โดดเด่นระดับชาติของมหาวิทยาลัยนเรศวร มีอาทิ
- ศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ (ศธส.) คณะแพทยศาสตร์
- ศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (COSNAT) คณะเภสัชศาสตร์[24]
- สถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา (TPTP)